ผู้เขียน หัวข้อ: *** BMW 3-Series (E46) : รถดีที่..สาวก Bimmer ไม่ควรพลาด ***  (อ่าน 5093 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Krisada511

  • คิดว่าดีก็ทำต่อไป
  • สมาชิกอุปถัมภ์
  • บุคคลในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 13155
  • 325i M-Sport-N52k
    • http://www.subaruxvthailand.com/
ที่มาของข้อมูลครับ

ไม่อนุญาตให้คุณมองเห็นลิงค์ สมัครสมาชิก หรือ ล็อกอิน

---------------------------------------------------------------------






BMW 3-Series (E46) : รถดีที่..สาวก Bimmer ไม่ควรพลาด

ในคราวนี้มาดูรถจากค่าย “ใบพัดสีฟ้า” BMW กันอีกครั้ง กับรถไซส์ซีดานขนาดกลางของค่าย อย่างรุ่น 3-Series บอดี้ E46 จัดว่าเป็นรถ Used Car สดใหม่ เนื่องจากเป็นรถที่ออกจากสายการผลิตไม่เกิน 10 ปี

ความน่าสนใจที่นำมาเสนอ เพราะรถในเรทราคาระดับ “หกแสน” ถึง “ล้านต้นๆ” มีตัวเลือกให้เลือกเยอะ แต่รถยุโรปในราคาระดับนี้บางยี่ห้อแต่เป็นรถที่ปีเก่ากว่านี้ ดังนั้น E46 จึงเป็นตัวเลือกที่นำมาเสนอในครั้งนี้


*** เจน 4 ของตระกูล 3 Series บอดี้เดียวซอย 5 รุ่น Facelife 1 ครั้ง ***

สำหรับ E46 เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 2000 ด้วยรูปโฉมที่เปลี่ยนไปจากตัว E36 ตัวรถมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ดีไซน์โฉมเฉี่ยว เช่นเดียวกับตัวแทนจำหน่ายที่เปลี่ยนจากเครือยนตรกิจเป็นบริษัทแม่ บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด เบิกร่องด้วยการนำเสนอรถ E46 บอดี้ซีดานแต่ซอยเป็น 5 รุ่น 3 เครื่องยนต์ ประกอบด้วย E46 318iA, 318 iA SE, 323iA, 323 iA SE และ 330 iA หลังจากเปิดตัวได้ประมาณ 2 ปี E46 ได้จัดการ Facelife เปลี่ยนหน้าตาใหม่ เน้นความเฉียบคมมากยิ่งขึ้น





*** เปิดตัว 3 ล้านกว่า ผ่านไปเกือบ 10 ปี หล่นมาแปะอยู่ที่ “6 แสน” ถึง “ล้านต้น” ***


ตอนเปิดตัวใหม่ E46 ราคาแตะหลัก “3 ล้าน” เลยทีเดียว แต่ระยะเวลาผ่านไปเกือบ 10 ราคาค่าตัวของ E46 318 iA, 318 iA SE ปีแรก หล่นลงมาอยู่ในระดับ “6 แสนกลาง” ส่วนรุ่น 323 iA, 323 iA SE ราคาหล่นมาแตะระดับ “7 แสนต้น” ส่วน 330 iA ราคาประมาณ “7 แสนกลาง”

ส่วนตัวเวอร์ชั่น Facelife ปี 2003 ตัว 318 iA, 318iA SE ราคาเริ่มต้น “6 แสนปลาย” ส่วน 323iA, 323 iA SE ว่ากันที่ “7 แสนกลาง” ปิดท้ายด้วยรุ่น 330 iA ว่ากันที่ “ล้านต้น” ซึ่งราคาเบียดๆ กับ 318 iA SE ปีสุดท้ายเลยทีเดียว





*** เช็คสภาพโดยรวม ภายในโทรมอย่าซื้อ ***

การเลือกซื้อ E46 หลักๆ ก็เหมือนซื้อรถเก่าทั่วๆ ไป ดูสภาพโดยรวมทรวดทรงของตัวรถโอเคไหม ช่องไฟต่างๆ ใกล้เคียงกันหรือต่างกันมากน้อยขนาดไหน (บ่งบอกถึงรถที่เกิดอุบัติเหตุ) ไฟท้ายเดิมแบบแดง-ส้มมักถูกเปลี่ยนเป็นแบบแดง-ขาวในรถปีแรก 2000-2001 อย่าไปสนใจเพราะเปลี่ยนกันได้ ให้ดูเล่มทะเบียนว่ารถเคยเกิดอุบัติเหตุมาก่อนหรือไม่ ถ้ามี Book Servies จะดีไม่น้อย เพราะรถรุ่นใหม่ๆ ควรเข้ารับบริการที่ดี เนื่องจากอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ของรุ่นเยอะ ถ้าเสียแล้วซ่อมแพงใช้ได้เลยทีเดียว

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ภายในห้องโดยสาร อย่าให้มีสภาพที่โทรมมากๆ ถึงจะแก้ไขได้แต่ก็ไม่ควรเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะพวกพลาสติกต่างๆ รถรุ่นใหม่ๆ นิยมนำมาพลาสติกแบบรีไซเคิลมาใช้ หากเจ้าของเก่าดูแลไม่ดี พลาสติกพวกนี้มักแตกกรอบ บางชิ้นก็พอซ่อมได้ บางชิ้นถึงขั้นต้องเปลี่ยนใหม่ราคาก็ไม่ถูกตังค์นัก

อีกเรื่องคือพวกปุ่มปรับอุปกรณ์ต่างๆ ควรลองเล่นดูว่าใช้งานได้ครบถ้วนเหมือนตอนใหม่ๆ หรือเปล่า ถ้าไม่เหมือนเดิมอย่าพยายามไปสนใจรถคันนั้นเลย เพราะการซ่อมแซมอาจถึงขนาดต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เลยก็มี


*** เครื่องเดิมดูแลดีๆ ก็ใช้ลืม สาวก Bimmer มักหันมาเล่นเครื่อง M Power ***
E46 เดิมๆ ในบ้านเรา มีเครื่องยนต์ 3 บล็อค ความจุ 2.0 ลิตร Valvetronic, 2.4 Double Vanos และ 3.0 ลิตร Double เครื่องยนต์ทั้ง 3 บล็อค เป็นเครื่องที่มีช่วงชักยาว เน้นความจุ เน้นแรงบิด มากกว่าแรงม้า เหมาะกับการขับขี่เดินทางไกลมากกว่าใช้ในเมือง

ดังนั้นหลายท่านที่เคยสัมผัสโดยเฉพาะรุ่น 318 iA บอกว่าต้นมันอืดเหลือเกิน แถมยังไม่ประหยัดอีกต่างหาก เรื่องนี้เป็นปกติของเครื่องช่วงชักยาว เฟืองท้ายต่ำ

ถ้าซื้อรถมาใช้งานทั่วๆ ไป ไม่ซุกซนหรือแต่งแรงแบบบ้าพลัง การเลือกซื้อรถเครื่องเดิมๆ จะดีที่สุด สภาพโดยรวมของตัวเครื่องก็ลองฟังเสียงดูว่าราบเรียบหรือมีเสียงประหลาดบ้างหรือเปล่า ลองขับดูว่าอัตราเร่ง และการเปลี่ยนของเกียร์ยังคงนุ่มนวลไม่กระตุก กระชาก ให้เสียอารมณ์

จุดให้ระวังคือ เรื่องของเกียร์เนื่องจาก BMW รุ่นใหม่ๆ น้ำมันเกียร์จะเป็นแบบ Longlife ถ้าเจ้าของเก่าดูแลไม่ดีโอกาสเกียร์ได้รับความเสียหายหรือดวงซวยมาแสดงอาการตอนเราซื้อมาใช้งานแล้วระวังให้ดี เพราะค่าซ่อมเกียร์มีแตะ “หลักแสน”
ส่วนสาวก Bimmer เดี๋ยวนี้บางคนเบื่อเครื่องเดิมหันมาวางเครื่องใหม่ M Power ของพวก M3 กันเยอะ ราคาค่าตัว “หลักแสน” ตัวเลขหน้า 2-3 นะจ๊ะ แต่ถ้าเทียบกับความแรง และความสดของตัวเครื่องสาวก E46 หลายคันก็ Swap เครื่องกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แต่บางพวกยังติดใจเครื่องญี่ปุ่นอย่าง JZ หรือ UZ เพราะความที่เครื่องไม่จุกจิกกวนใจ ถึงอย่างไรการดัดแปลงก็ยังมีเยอะความคุ้มค่าสู้เล่นเครื่องของ BMW แท้ๆ ไม่ได้หรอก ภาพรวมเครื่องเดิมติดรถถ้าดูแล เซอร์วิสตามระยะทางเป็นประจำ ใช้กันลืมเลยทีเดียว






*** บทสรุป : เรทราคาพอๆ กัน มีตัวเลือกอีกเยอะ ***

บทสรุปของ BMW E46 หากใครกำลังที่หารถซีดานขนาดกลางตัวเลือกในเรทราคาเดียวกันยังมีอยู่อีกเพียบอาทิ HONDA Civic ES, Accord, TOYOTA Camry, Mercedes-Benz W124 E220-E280, Volvo S40 ฯลฯ เมื่อเทียบกันแล้วขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ล่ะท่าน แต่ถ้าใจเอียงเอนไปทาง BMW เจ้า E46 เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม แต่ก่อนซื้อควรเช็คประวัติ และหาอู่ที่ไว้ใจได้คอยดูแลให้ รวมถึงเช็คราคาอะไหล่ และหาร้านอะไหล่ที่สนิทกันไว้ก่อนอุ่นใจไปกว่าครึ่งเลยทีเดียว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 01, 1970, 07:00:00 โดย Guest »
สิ่งที่สมบูรณ์แล้วโดยแท้ มันก็มีความบกพร่องอยู่ สิ่งที่บกพร่องอยู่ แท้จริงมันก็สมบูรณ์ดีอยู่แล้ว / ขอแนะนำเวปส่วนตัว ไม่อนุญาตให้คุณมองเห็นลิงค์ สมัครสมาชิก หรือ ล็อกอิน

ยิ้มบางแสน

  • บุคคลในตำนาน
  • ******
  • กระทู้: 3831
Re: *** BMW 3-Series (E46) : รถดีที่..สาวก Bimmer ไม่ควรพลาด
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 10, 2012, 16:51:49 »
ข้อมูลดีๆ ทั้งนั้นครับ สุดยวดเลยลวกเพี้ย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 01, 1970, 07:00:00 โดย Guest »
ยิ้มบางแสน เทพวินนิ่ง (ข้าพิชิตมาแล้วทุกสำนัก)


คนขายเนื้อ

  • บุคคลในตำนาน
  • ******
  • กระทู้: 1836
  • มีแล้วไม่ได้ใช้ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มี
Re: *** BMW 3-Series (E46) : รถดีที่..สาวก Bimmer ไม่ควรพลาด
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 10, 2012, 23:05:50 »
ขอบคุณมากครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 01, 1970, 07:00:00 โดย Guest »
ไม่อนุญาตให้คุณมองเห็นลิงค์ สมัครสมาชิก หรือ ล็อกอิน