ผู้เขียน หัวข้อ: มาเข้าเกียร์ว่างกันเถอะ(จอดรถปลดเกียร์ว่างได้)  (อ่าน 6777 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

jsonn

  • แฟนพันธุ์แท้
  • *****
  • กระทู้: 301
ลำบากจริงๆเวลาหาที่จอดรถ จาจอดซ้อนคันก้อกลัวโดนด่า อันเนื่องจากรถเราเข้าเกียร์ว่างไว้ไม่ได้ หงุดหงิดไม่รู้ทำไงคนมันซนเลยรื้อเองซะเลย อ้าวไม่ยุ่งยากนี่นา ไม่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้ารอดตัวไป เป็นระบบเมคคานิคล้วนๆ ดูจากภาพปลากรอบ กรุ๊บๆ ด้านล่างนะครับ พอดีผม หารูปที่คนเคยถ่ายไว้ไม่เจอ เลย วาดเองพอเป็นหลักการคร่าวๆ จิงมั่ง โม้มั่ง 555

งานนี้นางเอกคือ ก้านคันโยกเกียร์(ตัวสีแดง) เราจาไม่ไปทำอะไรกับมัน
พระเอกมีสองตัว
1.กระเดื่องล็อค(สีดำ)มีฟันหนึ่งซี่ไว้ล็อคก้านเกียร์ให้อยู่ในตำแหน่ง P มีจุดหมุนที่ปลาย ช่างส่วนใหญ่จางัดก้านตัวนี้ออก เป็นอันจบ มีบางคนบอกว่าช่างทำปู้ยี่ปู้ยำ กระทำชำเรา จนรถเสียสาว เอากลับคืนไม่ได้ ก้อว่ากันไป แต่เราจะไม่ใช้วิธีนี้
2.ลูกเบี้ยว (ไม่รู้จาเรียกอะไรดี) (สีเขียว) ทำมาจากพลาสติกสีขาวๆ มีจุดหมุน

หลักการ: เมื่อบิดกุญแจไปหนึ่งแก๊ก ตัวลูกเบี้ยวจะขยับแล้วไปดันตัวกระเดื่องให้ยกตัวขึ้น จนฟันเฟืองหลุดออกจากก้านคันโยกเกียร์ ทีนี้ก้อสามารถเลื่อนไปตำแหน่งต่างๆได้ (กดปุ่มล็อคที่คันโยกด้วย)

วิธีการ: เป็นแนวทางให้ท่านๆไป คิดต่อยอดครับ หาวิธีที่เหมาะสม
1.ยกตัวกระเดื่องให้เฟืองไม่ขบกับคันโยกไว้ตลอด อันที่จริงวิธีนี้ดีที่สุด เพราะไม่ต้องไปถอดชิ้นส่วนอะไรเลย ไม่มีเสียหาย มีตำแหน่งให้ใส่ได้พอดี หากจากลับคืนก้อแค่ถอดตัวที่ติดออก แต่ระยะทียกต้องแม่นยำนิดนึงเพราะยกมากไป จาโยกจาก เกียร์D มา N ได้ แต่จาไป R P ไม่ได้มันจางัดกัน ผมเคยลองวิธีนี้แล้ว ต้องใช้แผ่นเหล็กบางๆ หรือลวด ที่วัดระยะพอดีจริงๆ สรุป ผมไม่มีอุปกรณ์ดีๆพอ เลยยกเลิกไป
2.ยกลูกเบี้ยว ให้ลูกเบี้ยวไปยกกระเดื่องค้างไว้ อันนี้มีการถอดแกนกระเดื่องครับ ถ้าไม่ถอดมันจางัดสู้แรงกระเดื่องไม่ไหว วิธีนี้สะดวกครับแค่ยกให้ลูกเบี้ยวอยู่สูงสุด แล้วระยะที่กระเดื่องยกตัวจะพอดีเอง ถ้าเราจะทำให้กลับสภาพเดิม ก้อแค่ถอดตัวยกออก แล้วใส่แกนกระเดื่องกลับเข้าไป ผมใช้วิธีนี้ครับ มาดูกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 19, 2012, 10:22:45 โดย jsonn »

jsonn

  • แฟนพันธุ์แท้
  • *****
  • กระทู้: 301
Re: มาเข้าเกียร์ว่างกันเถอะ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2012, 23:50:10 »
ถอดหนังหุ้มเกียร์ ออกก่อน โดยใช้นิ้วดึง งัดตรงมุม ตามลูกศร 
จากนั้นจะเจอน็อตหัวแฉกอีกสองตัว ตามลูกศร ใช้ไขควงถอดออกมาเลย
แล้วงัดแผงลายไม้ด้านล่าง แล้วดึงออกไปทางหลัง แผงลายไม่ก้อจาหลุดออก

ปล. จาถอดหัวเกียร์ออกก่อนก็ได้ โยกไปเกียร์ N แล้วดึงขึ้นตรงๆ (เค้าว่างั้น แต่ผมเอาไม่ออก O0)

jsonn

  • แฟนพันธุ์แท้
  • *****
  • กระทู้: 301
Re: มาเข้าเกียร์ว่างกันเถอะ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 17, 2012, 23:56:50 »
เจอสายไฟสวิชต์กระจกที่ด้านล่างของแผงลายไม้ ใช้ไขควงรึนิ้วกดไปตรงกลางที่มีปุ่มสองป่ม เพื่อถอดปลั๊กออก(ถอดออกแค่ด้านเดียวพอ)
เสร็จแล้วให้ถอดแผงลายไม้ออกจากคันโยกเกียร์ โดยค่อยๆสอดผ้าหุ้มเกียร์ผ่านช่องแผงลายไม้ดังรูป
แผงลายไม้ที่ถอดออกแล้ววางไว้ทางซ้ายเกียร์เลยครับ ไม่ต้องไปยุ่งกับมันแล้ว

jsonn

  • แฟนพันธุ์แท้
  • *****
  • กระทู้: 301
Re: มาเข้าเกียร์ว่างกันเถอะ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2012, 00:00:34 »
เจอแผ่นพลาสติกสีขาวๆ มีน็อต หัว torx เบอร์ T10 อยู่หนึ่งตัว ถอดออกไปเลย
ก้อจาเจอพระเอก ของเรา คือ ตัวกระเดื่องครับ

jsonn

  • แฟนพันธุ์แท้
  • *****
  • กระทู้: 301
Re: มาเข้าเกียร์ว่างกันเถอะ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2012, 00:12:50 »
สำหรับผู้ที่อยากทดลองดูว่าเวลาไขกุญแจแล้ว ตัวกระเดื่องยกตัวยังไง เชิญลองที่ขั้นตอนนี้ครับ อย่าลืมดึงเบรคมือ เผื่อกันพลาด อยากให้ลอง ศึกษา แล้วจาเข้าใจหลักการทำงานครับ ผมว่าน่าจามีสลิงจากชุดกุญแจ รึเป็นมอเตอร์ตัวเล็กๆมาดึงให้ตัวลูกเบี้ยวหมุน เพื่อไปยก กระเดื่องอีกที แต่ผมก้อหาสายไฟไม่เจอ ใครมีไดอะแกรม เอามาโชว์หน่อยก้อดีว่ามันทำงานจากอะไร
ณ ตอนนี้ คือ เกียร์อยู่ตำแหน่ง P บิดกุญแจหนึ่งแกร๊ก แล้วโยกมาไว้ที่ mode S หรือ manual เลยครับ จะได้เห็นข้างในชัดๆ มองหาลูกเบี้ยวสีขาวๆด้วยนะครับ อยู่ใต้กระเดื่องค่อนไปทางแกนของตัวกระเดื่อง

วีรวิชญ์

  • บุคคลในตำนาน
  • ******
  • กระทู้: 2868
Re: มาเข้าเกียร์ว่างกันเถอะ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2012, 00:15:41 »
 :-X :-X :-X
เดี๋ยวว่างจะทำบ้างครับ. ความรู้ดีดี... ;)

kosit_w

  • สมาชิกอุปถัมภ์
  • บุคคลในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3937
  • 323 / M52tu+LPG
Re: มาเข้าเกียร์ว่างกันเถอะ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2012, 00:18:15 »
มีสายสลิงมาจากคอพวงมาลัยครับ  ผมเคยถอดสลิงออก นึกว่าใช่ สรุปไม่ใช่ ผลจากการถอดสลิงออก จะถอดกุญแจได้ แต่เข้าเกียร์ไม่ได้ เลยใส่กลับที่เดิม แล้วไปจ้างเค้าเอาสลักออก

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาผมก็สงสัยว่าสลักที่เค้าถอดมันถอดมาจากตรงไหน เพิ่งกระจ่างแจ้งตอนนี้เองว่า กระเดื่องชิ้นนั้น อยู่ใต้พลาสติกอีกที ถึงว่าผมหาไม่เจอ

jsonn

  • แฟนพันธุ์แท้
  • *****
  • กระทู้: 301
Re: มาเข้าเกียร์ว่างกันเถอะ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2012, 00:30:53 »
มาเริ่มกันต่อครับ
สำหรับผู้ที่อยากทำเพียงแค่ข้อ 1.ยกตัวกระเดื่อง.....ก้อลองหาวิธีการเอาเองนะครับ คร่าวๆ ที่ฟันกระเดื่องจะมีช่องให้เราเอาลวดรึเหล็กแผ่นบางๆ พับแล้วสอดเข้าไป แล้วมางัดไว้กับแผ่นพลาสติกสีดำๆข้างๆ ใครโชคดีวัดได้พอดี ก้อลองเลื่อนตำแหน่งเกียร์ดูด้วย ว่าติดขัดอะไรรึปล่าวครับ

สำหรับผู้เลือกข้อ 2.ยกลูกเบี้ยว...มาดูต่อครับ
ที่จุดหมุนของกระเดื่อง จะมีแกนเหล็ก และที่ปลายแกนจะมีแหวนล็อคหัวเพลา ล็อคไว้ เราต้องถอดแหวนตัวนี้ก่อน โดยการใช้ไขควงหมุนให้แหวนหันด้านแหว่งมาหาเรา แล้วเราใช้ไขควง กดให้แหวนหลุดออกจากหัวเพลา (ของผมแหวนหลุดหายไปเลยตอนถอด O0 เด๋วต้องเอาไปเทียบหาซื้อเก็บไว้เผื่อได้ใช้)
เสร็จแล้วก้อใช้อะไรงัด-ดันให้แกนเหล็กหลุดออกมา ครับ
รูปแรก คือ ด้านที่มีแหวานล็อดไว้
รูปสอง คือให้ดันแกนออก ตามลูกศร และ
รูปสามคือ แกนพร้อม สริง ส่วนแหวนหายไปแล้วครับ

jsonn

  • แฟนพันธุ์แท้
  • *****
  • กระทู้: 301
Re: มาเข้าเกียร์ว่างกันเถอะ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2012, 00:43:47 »
เมื่อถอดแกนเหล็กออกแล้ว จุดหมุนกระเดื่องจะลอยนิดๆ อย่างในรูป (วงกลมสีแดง) เรามาหาจุดที่จะใช้ลวดเกี่ยวลูกเบี้ยวกันครับ ในรูป จะเป็นวงกลมสีเขียว มองดีๆ จะมีรูไว้ใช้ล็อคก้านสปริง ผมใช้ลวดเกี่ยวที่จุดนี้ครับ มั้นคงดีไม่หลุด
ผมใช้ลวดขนาดประมาณ 1 มิล ตัดยาว 10-15 ซม. (อย่าใช้สั้นมากครับ ผมเคยใช้เส้นสั้นๆกะพอดีไม่เกะกะ เวลาหล่นลงไปในรูระหว่างร่องแล้วเอาออกไม่ได้ เซ็งเลย) เป็นลวดที่พับดัดได้ แต่แข็งแรง (ลวดมัดเหล็กก้อน่าจะได้) อย่าให้แข็งมาครับเด๋วไปงัดพลาสติกพังหมด

jsonn

  • แฟนพันธุ์แท้
  • *****
  • กระทู้: 301
Re: มาเข้าเกียร์ว่างกันเถอะ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2012, 00:52:29 »
พอหาจุดดึงได้ ก้อยกขึ้นสุด ไม่ต้องไปออกแรงดึงมากเด๋ว ก้านกัก แล้วก้อพับลวดกับขอบพลาสติกเลยครับแล้วก้อจัดวางเก็บปลายลวดตามถนัด ผมเอาไว้แบบในรูปครับ เพราะมี หนังเกียร์หุ้มอยู่แล้วเลยไม่ซีเรียส  ปล.เอาลวดที่พับได้น่ะครับ แบบ ลวดตายที่แข็งแป้ก อย่าไปเอามาใช้ เชียว

jsonn

  • แฟนพันธุ์แท้
  • *****
  • กระทู้: 301
Re: มาเข้าเกียร์ว่างกันเถอะ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2012, 01:08:02 »
เสร็จแล้วครับ ทดลองโยกคันเกียร์ดูว่าติดขัดอะไรรึปล่าว ลวดที่ดึงไว้หย่อนไป ก้อพับรยะใหม่ ถ้าเป็นที่น่าพอใจ ก้อ ประกอบแผงลายไม้ หนังหุ้มเกียร์ ได้เลย

วิธีการนี้(ถอดแกน) เวลาบิดกุญแจตัวกระเดื่องจะไม่ยกแล้วน่ะครับ เพราะไม่มีจุดหมุน ทางแก้ฉุกเฉินหาก ลวดหลุด รึเข้ากียร์ไม่ได้ ให้ถอด หนังหุ้มเกียร์ออก(ไม่ต้องถอดแผงลายไม้) แล้วใช้อะไรงัด ตัวกระเดื่อง (ลูกศรสีแดงรูปที่สอง)กัอ จาสามารถเข้าเกียร์ได้ แล้วค่อยไปถอดดูที่บ้านครับ


jsonn

  • แฟนพันธุ์แท้
  • *****
  • กระทู้: 301
Re: มาเข้าเกียร์ว่างกันเถอะ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2012, 01:09:11 »
หวังว่าน่าจาทำกันได้น่ะครับ ลองไปประยุกต์ใช้ดูครับ เผื่อมีวิธีการที่ดี ของผมแค่เป็นแนวทางให้ครับ เพราะหัวเกียร์ก้อถอดไม่ออก จาถอดน็อตชุดคันเกียร์ก้อกลัวใส่คืนไม่ได้ ไม่มีช่างเลยแถวนี้ ถ้าถอดชุดคันเกียร์ออกมาได้ สบายเลยครับ ใช้ ไขควงไฟฟ้าฝังน็อตเกลี่ยวปล่อย ค้ำตัวกระเดื่องไว้ จบ เวลาเอาออกก้อแค่ถอดน็อตตัวเดียวเอง

ขอบคุณที่ติด ตาม ผิดถูกประการใด ชี้แนะได้ครับ ผมพึ่งได้รถมาไม่นานเอง

T.Tankittiphob

  • สมาชิกร้านค้า
  • บุคคลในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 2657
  • 330Ci/M54+LPG
Re: มาเข้าเกียร์ว่างกันเถอะ
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2012, 05:58:39 »
ขอลองดูบ้างนะครับ ขอบคุณสำหรับแนวทางครับ
 :-X :-X :-X
ไม่อนุญาตให้คุณมองเห็นลิงค์ สมัครสมาชิก หรือ ล็อกอิน

jsonn

  • แฟนพันธุ์แท้
  • *****
  • กระทู้: 301
Re: มาเข้าเกียร์ว่างกันเถอะ
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2012, 09:05:12 »
เสริมอีกนิดครับ ที่ปลายกระเดื่องผมใช้กาวสองหน้าแปะตัวกระเดื่องกับขอบทีเป็นพลาสติกไว็ จุดประสงค์คือกันเสียงก็อกแก็กที่อาจเกิด กับช่วยตัวยกกระเดื่องไว้อีกทาง
ชี้แนะเผื่อสงสัย
1.รถยังต้องสตาร์ทติดที่ Pหรือ N เหมือนเดิม
2.กุญแจรถจาถอดได้ได้ก้อที่ตำแหน่งเดิมคือ off
3.เกียร์เลื่อนได้ทุกตำแหน่ง โดยต้องกดตัวล็อคที่หัวเกียร์เหมือนเดิม

kosit_w

  • สมาชิกอุปถัมภ์
  • บุคคลในตำนาน
  • *****
  • กระทู้: 3937
  • 323 / M52tu+LPG
Re: มาเข้าเกียร์ว่างกันเถอะ
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2012, 09:28:02 »
ไม่อนุญาตให้คุณมองเห็นลิงค์ สมัครสมาชิก หรือ ล็อกอิน
3.เกียร์เลื่อนได้ทุกตำแหน่ง โดยต้องกดตัวล็อคที่หัวเกียร์เหมือนเดิม

แต่ต้องเหยียบเบรคร่วมด้วย ปกติเหมือนของเดิม